9 เทคนิคปลูกฝังการอ่าน สู่อนาคตเด็กไทย

9 เทคนิคปลูกฝังการอ่าน สู่อนาคตเด็กไทย

9 เทคนิคปลูกฝังการอ่าน สู่อนาคตเด็กไทย

การอ่านไม่ใช่แค่เพียงอ่านออก หรืออ่านได้ แต่จะต้องทำให้ผู้อ่านเกิดความสุข ความเพลิดเพลิน เกิดกระบวนการเรียนรู้และนำไปสู่การพัฒนาทักษะด้านอื่นๆ เช่น การฟัง การพูด การเขียน การวิเคราะห์ สังเคราะห์

จากการสำรวจพัฒนาการของเด็กปฐมวัยทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2542-2552 ของกรมอนามัยพบว่า เด็กไทยมีพัฒนาการทางภาษาล่าช้าเฉลี่ยร้อยละ 20 โดยล่าสุดปี 2557 เฉลี่ยร้อยละ 38.2 ซึ่งวิธีการหนึ่งที่สามารถพัฒนาทักษะด้านภาษาให้ดีขึ้น คือ “การอ่านหนังสือให้เด็กๆ ฟัง” ทั้งนี้ อาจารย์พรอนงค์ นิยมค้า โฮริคาวา ผู้ก่อตั้งโครงการ Bookstart Thailand และนักเขียน นักแปลนิทาน ได้กล่าวถึงหนังสือเอาไว้ว่า “หนังสือไม่ได้สร้างให้เด็กฉลาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้างเด็กให้มีจิตใจที่ดีอีกด้วย”

“เวลาพูดถึงหนังสือหรือการเรียนจะนึกถึงคำพูดที่ว่า ‘เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว’ คงไม่มีใครบอกได้ว่า ความมหัศจรรย์ของการอ่านมันจะสั่นสะเทือนขนาดไหน แต่ว่า ณ ตอนนี้มันไม่มีข้อสงสัยหรอก เพราะว่ามันได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามันดี” พญ.ชมพูนุท โตโพธิ์ไทย แพทย์ชำนาญการ สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กล่าวถึงความสำคัญของหนังสือ และการอ่านซึ่งอาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุด ที่จะช่วยพัฒนาเด็กในทุกๆ ด้าน โดยได้นำกรอบแนวคิด 4 H มาปรับใช้เพื่อส่งเสริมการอ่านให้กับเด็กปฐมวัย คือ

1. Health ด้านสุขภาพ เพื่อให้เด็กมีสุขภาพดี มีพัฒนาการที่สมวัย 
2. Head ด้านสติปัญญา การพัฒนาการด้านสมองทั้ง IQ และ EQ 
3. Heart ด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรม 
4. Hand ด้านทักษะความสามารถ ซึ่งการอ่านจะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้น

เด็กแต่ละคนมีวิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน พ่อแม่ที่ต้องการให้ลูกๆ ชอบอ่านหนังสือจึงต้องทำหน้าที่ค้นคว้าหาวิธีการใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะการปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านไม่มีสูตรตายตัว สำหรับเทคนิคการเริ่มต้นปลูกฝังให้เด็กไทยรักการอ่านสามารถเริ่มต้นได้ ดังนี้

1. อ่านเรื่องเบาๆ สบายๆ สนุกสนาน เด็กจะได้ไม่รู้สึกเบื่อ

2. รู้จักเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย เช่น ก่อนนอน

3. ระหว่างที่ลูกเล่นอยู่ใกล้ๆ พ่อแม่ควรอ่านหนังสือให้ลูกเห็น และถ้าตอนไหนน่าสนใจ ควรอ่านออกเสียงดังให้ลูกได้ยินเพื่อให้เขามีส่วนร่วม หรือใช้หนังสือปริศนาคำทายดึงความสนใจ

4. ลองอ่านเรื่องแปลกใหม่ที่เขายังไม่เคยเจอหรือได้ยินจากโรงเรียน

5. สังเกตเรื่องที่ลูกกำลังสนใจ แล้วอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ มาอ่านให้ฟัง

6. อ่านหนังสือที่ลูกชอบ แล้วตั้งคำถามเพื่อให้ลูกได้ฝึกใช้ความคิด ได้แสดงความคิดเห็นของตัวเอง โดยแอบสอดแทรกความคิดเห็นและอธิบายสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม

7. เล่าเรื่องผิดๆ ถูกๆ ในบางตอนของหนังสือเล่มโปรด ช่วยกระตุ้นสมองของลูกให้ทำงาน ทั้งทางด้านความคิดและความทรงจำ รวมถึงฝึกการใช้ภาษาในการโต้แย้งกับพ่อแม่

8. แต่งเรื่องนิทานขึ้นมาเองบ้าง โดยลองให้ลูกเป็นตัวเอก เพราะเด็กเล็กมักจะชอบฟังเรื่องที่มีตัวเขาเป็นผู้แสดง หรืออาจจะแต่งเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่เขาคุ้นเคย

9. อ่านหนังสือกับลูกทุกวันและพยายามชวนคุยถึงรูปภาพ สี รูปร่าง จำนวน และคำต่างๆ ในหนังสือ หรือหากหนังสือไม่มีภาพ พ่อแม่อาจใช้งานศิลปะง่ายๆ เช่น แป้งปั้น หรือสีแท่งโตๆ วาดภาพ ขณะที่อ่านและคุยกับลูก

ในยุคที่การเติบโตของสื่อดิจิทัลที่รุกคืบพื้นที่การอ่านมากขึ้น อยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองหันมาสนใจการอ่านให้มากกว่าการหยิบยื่นเทคโนโลยีใส่มือของลูกน้อย เพื่อให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ มีความรู้ ความคิด และสามารถวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างเป็นระบบ

เรื่องโดย ปรภัต จูตระกูล Team content www.thaihealth.or.th

ข้อมูลบางส่วนจาก : หนังสือมหัศจรรย์แห่งการอ่าน ฐานพลังการพัฒนาสมองและศักยภาพมนุษย์ โดย สสส.

(0 ) ความคิดเห็น