4 วิธีสอนลูก ฉบับกะทัดรัด สไตล์คุณหมอ

4 วิธีสอนลูก ฉบับกะทัดรัด สไตล์คุณหมอ

4 วิธีสอนลูก ฉบับกะทัดรัด สไตล์คุณหมอ

 

วันนี้เรามีบทความของ นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ นักจิตวิทยาและนักเขียนและนักคอลัมนิสต์ชื่อดัง เกี่ยวกับ วิธีสอนลูก ฉบับสั้นที่สุด มาฝากกันค่ะ

 

1. ครอบครัว คือ การที่มีอย่างน้อยหนึ่งคนให้เด็กเล็กสามารถผูกพันด้วยในระยะยาว ผมคิดว่า สังคมปัจจุบันครอบครัวไม่มีโอกาสอยู่กันพร้อมหน้าอีกแล้ว สังคมเมืองพ่อแม่ต่างไปทำงาน สังคมชนบทก็เช่นกัน เด็กเล็กต้องอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย พี่เลี้ยงที่บ้านหรือพี่เลี้ยงที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก ในสภาพสังคมที่ครอบครัวเสมือนแตกแยกหรือแตกแยกจริงเช่นนี้ จำเป็นมากที่สุดที่เด็กเล็กจะต้องผูกพันหรือสร้างสายสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ให้ได้อย่างน้อยหนึ่งคน

 

คำว่า “สายสัมพันธ์” หมายถึง ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ลึกซึ้งและยาวนานตลอดกาลเสมือนแม่กับลูกเช่นนั้น

วิธีการ คือ เลี้ยงและเล่นกับลูกให้มากและบ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และแน่นอนว่ามิใช่ทำไปด้วยหน้าที่ แต่ต้องทำไปด้วยความรักที่เปี่ยมล้นและไม่มีเงื่อนไข

สายสัมพันธ์จะทำหน้าที่ “ดึงรั้ง” ให้เด็กอยู่กับเราทางใจตลอดไป ไม่เฉไฉเข้าหาอบายมุข มีความสามารถควบคุมตนเอง และมีความมุ่งมั่นที่จะพุ่งไปสู่อนาคต

 

2. ครอบครัวที่ดี คือ ครอบครัวที่มีเวลาให้กันมากๆ ปริมาณของเวลาเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ถ้าเรามีเวลาให้กันและกันมาก อะไรๆก็ดีเอง พ่อแม่ที่มีเวลาให้ลูกเยอะๆ จะเห็นทั้งส่วนที่น่ารักและส่วนที่น่ารำคาญของลูกๆ พ่อแม่ที่ไม่มีเวลาให้ลูก เข้าบ้านค่ำ ด้วยอารมณ์หงุดหงิด มักเห็นแต่ข้อเสียของลูก เช่น เก็บของไม่เรียบร้อย แต่เวลาที่ลูกทำความดี เช่น ช่วยล้างจาน กลับไม่ได้เห็นไม่ได้ชื่นชม ทำให้อะไรต่ออะไรดูแย่ลงไปเรื่อยๆ ปริมาณของเวลาจึงเป็นเรื่องสำคัญ

 

 

3. เป้าหมายของการเลี้ยงลูก คือ การอยากให้ลูกมีความสุข ไม่ทำความเดือดร้อนให้คนอื่น และสามารถทำประโยชน์ให้แก่สังคมได้ รู้จักช่วยเหลือคนอื่น การให้ การบำเพ็ญประโยชน์ ความเมตตากรุณา สิ่งเหล่านี้เป็นคุณสมบัติและความสามารถที่ต้องฝึกฝนให้เคยชินเป็นนิสัย ทำแล้วก็จะทำให้ลูกมีสุขภาพจิตที่ดี ทำบ่อยๆ ก็จะกลายเป็นคนที่มีความสุขไปเอง

 

4. วิธีการเลี้ยงลูก คือ สอนให้ลูกรู้จักลำบากก่อนแล้วสบายทีหลัง ให้เขาทำงานบ้านก่อนแล้วค่อยไปเล่นได้ ให้เขาทำการบ้านแล้วค่อยไปดูหนังได้ ให้เขารู้จักสนุกแต่ก็ต้องรู้จักหยุดสนุกด้วย ให้เขามีความสามารถถอนตัวจากความสนุกแล้วกลับบ้าน พูดง่ายๆว่า ให้เขามีความสามารถในการควบคุมตรเอง พูดสั้นก็คือ ให้มีวินัย

 

วินัย คือ ความสามารถในการควบคุมตัวเองจากภายใน ซึ่งมิใช่เรื่องของศีลธรรมหรือจริยธรรม แต่เป็นเรื่องของสายสัมพันธ์ที่มีกับพ่อแม่ และเป็นเรื่องทักษะ ดังนั้น วินัยไม่ได้เกิดจากการเทศนาสั่งสอน หรือถือศีลกินเจ มิได้เกิดจากครูใหญ่อบรมหน้าเสาธง แต่เกิดจากพ่อแม่สามารถผูกพันกับลูก ลูกมีสายพันธ์กับพ่อแม่ สายสัมพันธ์นี้มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น และทอดยาวไกลได้ไม่มีที่สิ้นสุด ลูกไปเรียนต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ ก็ยังคงมีสายสัมพันธ์ต่อตรงมายังพ่อแม่อยู่เสมอ ลูกก็จะไม่เลี้ยวเข้าหาอบายมุขโดยง่าย เป็นคนมีความยับยั้งชั่งใจ จะฝ่าไฟเหลืองก็รู้จักเบรก จะนอนกับเพศตรงข้ามก็รู้จักป้องกันตัว พบเพื่อนชวนเสพยาก็คิดถึงพ่อแม่ก่อนตัดสินใจเสพ เป็นต้น จะเห็นว่าการควบคุมมาจากภายใน มิใช่มาจากภายนอก

 

“ลำบากก่อนสบายทีหลัง” และ “ถอนตัวจากความสนุก” นอกจากจะเกิดจากวินัยภายในแล้ว ยังเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน และต้องการโค้ชคือพ่อแม่ที่คอยฝึกฝน พ่อแม่ที่ปล่อยปละละเลย ไม่ฝึกฝนทักษะเหล่านี้ เป็นพ่อแม่ที่รักลูกแต่ปาก หากทำร้ายลูกด้วยการกระทำ ในอนาคตลูกต้องเผชิญอบายมุขและปีศาจอีกมาก เขาต้องอดทนที่จะผ่านไป และอดทนที่จะไม่ลุ่มหลง ไม่มีใครเก่งเรื่องแบบนี้ตั้งแต่เกิด ต้องฝึกด้วยกันทั้งนั้น

 

ขอขอบคุณ นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

ที่มา: https://th.theasianparent.com/4

 

 

(0 ) ความคิดเห็น