มารู้จักสมองเด็กทารกกัน

มารู้จักสมองเด็กทารกกัน

มารู้จักสมองเด็กทารกกัน

ถ้าเราสามารถมองทะลุเข้าไปในกะโหลกศีรษะของเด็กทารกได้ เราก็คงจะพบกับสมองที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นมาอย่างน่าทึ่งและดีที่สุดในโลกใบนี้ สมองของเจ้าตัวน้อยแรกคลอดแบ่งออกเป็นสามส่วน ได้แก่ สมองส่วนหน้า (forebrain) สมองส่วนกลาง (midbrain) และสมองส่วนท้าย (hindbrain) ซึ่งในสมองส่วนหน้ายังแบ่งออกไปได้อีกเป็น เซรีบรัม, ธาลามัส, ไฮโปธาลามัสและระบบประสาทลิมบิก แต่ส่วนที่สำคัญและโดดเด่นเป็นที่รู้จักกันดี ก็คือ เซรีบรัม ซึ่งประกอบไปด้วยส่วนพื้นผิวที่พับโค้งลงมา และมีน้ำหนักมากที่สุดในกลุ่มก้อนของสมองด้วยกัน เรียกว่า ซีเรบรัล คอร์เท็กซ์ (cerebral cortex)

วิวัฒนาการของสมองทารกในครรภ์

ตั้งแต่วันแรกที่ไข่ของคุณแม่ปฏิสนธิกับสเปริ์มของคุณพ่อในมดลูก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับลูกน้อยก็ถูกกำหนดเอาไว้หมดเรียบร้อยแล้ว เพียงแค่รอเวลาที่จะเจริญเติบโตและพัฒนาให้พ่อแม่และคุณหมอได้เห็นกันเท่านั้น

ประมาณวันที่ 18 หลังการปฏิสนธิ เซลล์ที่ปฏิสนธิแล้วจะมีการแบ่งตัวอย่างมากมาย เซลล์ส่วนที่ยีนกำหนดให้เจริญเติบโตเป็นสมอง เริ่มปรากฏรูปร่างให้เห็นได้แล้วว่าเป็นเนื้อเยื่อสมอง จะเริ่มเห็นเป็นแผ่นบางๆ ต่อมาแผ่นบางๆ นี้จะเริ่มโค้งงอแล้วมาบรรจบกันตรงกลาง เหมือนท่อหลอดกาแฟตอนอายุครรภ์ประมาณหนึ่งเดือน พอเข้ากลางเดือนที่สอง เจ้าหลอดกาแฟนี้ก็จะเริ่มโป่งพอง เพื่อที่จะจัดโครงสร้างให้เป็นสมองส่วนหน้า สมองส่วนกลาง และสมองส่วนท้าย

ระยะเดือนที่ 2-4 เซลล์สมองจะมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ประมาณ 250,000 เซลล์ต่อนาที ทุกๆ นาที เซลล์สมองมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็จะมีเซลล์สมองเก่าที่ตายไปพร้อมๆ กันด้วย ประมาณ 30-50% ของเซลล์สมองที่แบ่งตัวขึ้นมา ซึ่งเป็นกลไกทางธรรมชาติ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด

ในขณะที่เซลล์สมองมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วในช่วงเดือนที่ 3 ของการตั้งครรภ์ เซลล์สมองเหล่านี้ก็จะมีการเคลื่อนย้ายไปยังตำแหน่งต่างๆ ของสมอง เพื่อทำหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรอยหยักบนพื้นผิวของสมอง เรียกว่า คอร์เท็กซ์ ซึ่งในช่วงอายุครรภ์ 5 เดือน สมองของลูกยังคงมีพื้นผิวสมองที่เรียบอยู่ แต่พอเริ่มมีการเคลื่อนย้ายเซลล์สมองไปพื้นผิวสมอง ก็จะทำให้เกิดรอยหยักของสมองขึ้นจนเห็นได้ชัดเจนในเด็กทารกแรกคลอด (เพราะพื้นที่ในการขยายมีจำกัด การขยายจึงเป็นการขยายลึกลงไปเป็นรอยหยักอย่างที่เห็นกันอยู่ ยิ่งขยายมาก รอยหยักก็ยิ่งมากขึ้นตามไป)

จากนั้นในช่วงอายุครรภ์ได้ 6 เดือน เซลล์สมองจะเริ่มมีการจัดลำดับตัวเองเป็นชั้นๆ ตามโครงสร้างแต่ละส่วนของสมอง เพื่อที่จะทำหน้าที่ต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเซลล์สมองเหล่านี้จะเรียงตัวกันเป็นหกชั้นอยู่บนพื้นผิวของเซลล์สมอนอกจากการจัดตัวเองเป็นชั้นๆ อย่างเป็นระเบียบของเซลล์สมองแล้ว ก็ยังมีการสร้างเส้นใยสมองหรือเส้นใยประสาทขึ้นมาอีกด้วย เพื่อให้เซลล์สมองนับแสนล้านเซลล์ติดต่อสื่อสารถึงกันโดยผ่านทางเส้นใยสมองนี่เอง และเส้นใยประสาทมีอยู่สองแบบคือ เดนไดรต์ (dendrite) ทำหน้าที่นำกระแสประสาทเข้าสู่ตัวเซลล์ และแอกซอน (axon) ทำหน้าที่นำกระแสประสาทออกจากตัวเซลล์ไปยังเซลล์ประสาทอื่นๆ

เซรีบรัม (Cerebrum)

สมองส่วนเซรีบรัมเป็นสมองส่วนใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าสุด มีขนาดใหญ่ประมาณ 70% ของสมองทั้งหมด มีร่องแบ่งสมองที่ม้วนขดเป็นรูปครึ่งวงกลมออกเป็นสองซีก ที่เราเรียกกันว่าสมองซีกซ้ายและซีกขวานั่นเอง เนื้อสมองชั้นนอกเป็นสีเทา และชั้นในเป็นสีขาว ซึ่งมีเซลล์ประสาทอยู่มากมาย อันที่จริงถ้าเราแผ่สมองทั้งสองซีกนี้ออกมา ก็ค่อนข้างจะกินพื้นที่มากอยู่พอสมควร แต่เมื่อเกิดรอยหยักและรอยย่นที่พับทบกันไปมาของก้อนสมองแล้ว ก็ทำให้สมองของเราถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบลงตัวอยู่ภายใต้กะโหลกศีรษะที่มีพื้นที่จำกัดของเรานั่นเอง หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ การมีรอยหยักลึกคล้ายลูกคลื่นมากมาย ก็เพื่อเพิ่มพื้นที่ของสมองส่วนนี้นั่นเอง รอยหยักดังกล่าวแบ่งเซรีบรัมออกเป็นสี่พู (เหมือนพูทุเรียน) คือ พูหน้า (frontal lobe) พูขมับ (temporal lobe) พูข้างกระหม่อม (parietal lobe) และพูท้ายทอย (occipital lobe) ซึ่งแต่ละส่วนของเซรีบรัมก็มีหน้าที่เฉพาะที่แตกต่างกันออกไป

เนื้อสีเทาด้านนอกที่เรียกว่า cerebral cortex นั้นประกอบไปด้วยเซลล์ประสาทกว่าแปดพันล้านเซลล์ ซึ่งยึดติดกันอยู่ได้ด้วยเซลล์เกลียประมาณ 64,000 ล้านเซลล์ เจ้า cerebral cortex นี้เองที่เป็นตัวรวบรวมข้อมูล และคอยบอกเด็กทารกในสิ่งที่เห็น สิ่งที่ได้ยิน รวมทั้งเรื่องของจินตนาการและความทรงจำ ผ่านรอยหยักของพูสมองทั้งสี่พูที่ได้พูดถึงไปนั่นเอง

สมองส่วนพูหน้า (Frontal lobe)

สมองส่วนพูหน้าอยู่ตรงตำแหน่งหลังหน้าผากพอดี ทำให้ดูเหมือนเป็นมงกุฏแห่งชัยชนะของทารกน้อยและมนุษยชาติ พูหน้านี้เป็นส่วนของสมองที่มีพัฒนาการมากที่สุดในกระบวนการของวิวัฒนาการมนุษย์ และเป็นส่วนที่ใหญ่และสลับซับซ้อนที่สุดในจำนวนสี่พูที่มีอยู่ในเซรีบรัม เพราะว่าสมองส่วนพูหน้านี้เป็นแหล่งที่มาของความฉลาดของเด็กทารก เป็นที่บุคลิกลักษณะของเด็กจะพัฒนาขึ้นมา และเป็นที่ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กถูกบ่มเพาะให้งอกงามต่อไป นอกเหนือไปจากนี้ สมองส่วนพูหน้าก็ยังเกี่ยวข้องกับการควบคุมการเคลื่อนไหวและการพูดอีกด้วย

พูขมับ (Temporal lobe), พูข้างกระหม่อม (Parietal lobe), พูท้ายทอย (Occipital lobe)

พูข้างกระหม่อม คือ พูที่อยู่ด้านบนสุด หลังสมองส่วนพูหน้าขึ้นไป ทำหน้าที่เกี่ยวกับการรับความรู้สึกสัมผัส อุณหภูมิร้อน-เย็น แรงกดดันและความเจ็บปวด และยังมีหน้าที่รับคำสั่งจากภายในร่างกายอีกด้วย

พูท้ายทอย อยู่บริเวณด้านหลังของสมองเด็ก รับผิดชอบเกี่ยวกับการมองเห็น ไม่ว่าจะเป็นการจับสัญญาณภาพหรือการนำเสนอสิ่งที่มองเห็นได้ เป็นบริเวณที่อยู่ของเซลล์ประสาทรับความรู้สึกเกี่ยวกับการมองเห็นและเซลล์ประสานงาน ซึ่งมีหน้าที่รวมภาพที่เห็นเข้ากับประสบการณ์ทางความรู้สึก

พูขมับ อยู่บริเวณสองข้างของสมอง เป็นที่อยู่ของเซลล์ประสาทที่รับความรู้สึกเกี่ยวกับการได้ยิน และการได้กลิ่น ดนตรี ความกลัว และทำหน้าที่ในการแปลประสบการณ์ เกี่ยวกับความรู้สึก การจดจำภาพต่างๆ และแบบแผนที่ซับซ้อนของความรู้สึก

สมองซีกซ้ายและซีกขวา

สมองซีกซ้ายและซีกขวาก็เปรียบประดุจสมองและจิตใจ โดยซีกซ้ายนั้นจะถนัดและควบคุมในเรื่องของเหตุผล การคำนวณ คณิตศาสตร์และข้อมูลที่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงทั้งหลาย การคิดวิเคราะห์ต่างๆ ก็มาจากสมองส่วนนี้ทั้งสิ้น ในขณะที่สมองซีกขวาจะเป็นในเรื่องของศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ดนตรี เรียกว่าสมองซีกนี้เป็นเรื่องของสัญชาตญาณความรู้สึกเสียเป็นส่วนใหญ่ และสมองทั้งสองซีกเชื่อมต่อกันด้วย corpus callosum ซึ่งเป็นแถบเนื้อเยื่อประสาทชิ้นหนาที่เป็นทางผ่านของข้อมูลต่างๆ นั่นเอง จากผลการวิจัยระบุว่า มนุษย์เราใช้พื้นที่สมองเพียงแค่ 5% - 10% เท่านั้น และคนส่วนใหญ่จะใช้สมองซีกซ้ายมากกว่าสมองซีกขวา ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ การเรียน การทำงาน ซึ่งยังมีพื้นที่สมองอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ใช้งาน หรือใช้งานน้อยมาก ปัจจุบันในประเทศญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศกำลังศึกษา ค้นคว้า และทำวิจัยถึงวิธีการดึงสมองส่วนต่างๆ มาใช้งาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ธาลามัสและไฮโปธาลามัส (Thalamus & Hypothalamus)

ธาลามัส มีขนาดเท่าลูกพลัมหรือลูกพรุนสด อยู่บริเวณตรงกลางของสมองเลย มีหน้าที่คล้ายๆ กับเป็นสถานีถ่ายทอดข้อมูลจากร่างกายไปสู่สมอง และจากสมองส่วนหนึ่งไปยังจุดต่างๆ ในสมอง รับรู้และตอบสนองต่อความรู้สึกเจ็บปวดและความรู้สึกทุกชนิด ยกเว้นเรื่องการได้กลิ่น เจ้าธาลามัสนี่แหละที่เป็นตัวสั่งการให้เราแสดงออกต่างๆ นานา เมื่อรู้สึกเจ็บปวด

ไฮโปธาลามัส อยู่ใต้ธาลามัสลงมา ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของระบบประสาทอัตโนมัติ และสร้างฮอร์โมนเพื่อควบคุมการผลิตฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง ซึ่งจะทำการควบคุมสมดุลของปริมาณน้ำและสารละลายในเลือด นอกจากนี้ยังควบคุมการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในร่างกาย อารมณ์ความรู้สึก การเต้นของหัวใจ วงจรการตื่นและการหลับ การหิว การอิ่ม รวมทั้งความรู้สึกทางเพศอีกด้วย

ซีรีเบลลัม (Cerebellum)

Cerebellum เป็นสมองส่วนท้ายที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสมองทั้งหมด อยู่บริเวณข้างใต้ของซีเรบรัมไปทางด้านหลังของสมอง ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว, การทรงตัวและการวางท่าทางต่างๆ ของร่างกาย ในช่วงสองขวบปีแรกของเด็กทารก cerebellum จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาก จนกระทั่งลูกน้อยอายุครบสองขวบสมองส่วนนี้ก็จะเติบโตเต็มที่แล้ว

การที่สมองส่วน cerebellum เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงสองปีแรก แตกต่างจากสมองส่วนอื่น ก็เพื่อให้เจ้าตัวน้อยสามารถพลิกตัว คลาน ยืน เดินและวิ่งได้ภายในสองปีแรกนั่นเอง นอกเหนือไปจากนั้น ก็ยังมีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการหายใจ และการไหลเวียนของเลือดภายในร่างกายอีกด้วย

การดื่มเครื่องดื่มประเภทมึนเมา แอลกอฮอล์จะไปขัดขวางการทำงานของสมองส่วนนี้ เพราะเหตุนี้คนที่เมาจึงเริ่มสูญเสียการทรงตัว ยิ่งเมามากก็จะยิ่งทรงตัวไม่อยู่ เดินเซไปเซมามากขึ้น และจากการค้นพบข้อมูลใหม่ๆ ก็พบว่า สมองส่วนนี้อาจมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาด้วย เช่น ในเด็กที่เป็นโรคออทิสซึ่ม พบว่ามีความผิดปกติในพัฒนาการของสมองส่วนนี้

พอนส์ (Pons)

พอนส์เป็นส่วนของก้านสมอง อยู่ทางด้านหน้าของเซรีเบลลัมติดต่อกับสมองส่วนกลาง มีหน้าที่สำคัญคือ ควบคุมการเคี้ยว การหลั่งน้ำลาย การเคลื่อนไหวบนใบหน้าและควบคุมการหายใจด้วย พอนส์เป็นทางผ่านของกระแสประสาทระหว่างเซรีบรัมกับเซรีเบลลัม และระหว่างเซรีเบลลัมกับไขสันหลัง

เมดัลลา (Medulla)

เป็นสมองส่วนท้ายสุด ต่อกับไขสันหลัง เป็นทางผ่านของกระแสประสาทระหว่างสมองกับไขสันหลัง เป็นศูนย์กลางการควบคุมการทำงานที่อยู่นอกเหนืออำนาจจิตใจ เช่น การไอ จาม สะอึก หายใจ การเต้นของหัวใจ เป็นต้น

ที่มา: http://baby.haijai.com/3744/

(0 ) ความคิดเห็น