แนวคิดการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตใหม่

แนวคิดการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตใหม่

 

            ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่สำคัญที่สุด คือ ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skill) ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดการเรียนรู้เพื่อให้เด็กในศตวรรษที่ 21 นี้ ได้มีความรู้ ความสามารถและทักษะจำเป็น ซึ่งเป็นผลจากการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดการเรียนการสอนตลอดจนการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้ดังกล่าว โดยมีทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ดังนี้

  1. สาระวิชาหลัก (Core Subjects) การเรียนรู้เนื้อหาสาระหลักยังคงมีความสำคัญ เพราะทักษะ

จำเป็นต้องถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของสาระวิชาและความรู้พื้นฐาน  ประกอบด้วย  ภาษาแม่ และภาษาสำคัญของโลก  ศิลปะ คณิตศาสตร์  การปกครองและหน้าที่พลเมือง เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โดยวิชาแกนหลักนี้จะนำมาสู่การกำหนดเป็นกรอบแนวคิดและยุทธศาสตร์สำคัญต่อการจัดการเรียนรู้ในเนื้อหาเชิงสหวิทยาการ (Interdisciplinary) หรือหัวข้อสำหรับศตวรรษที่ 21 โดยการส่งเสริมความเข้าใจในเนื้อหาวิชาแกนหลัก และสอดแทรกทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เข้าไปในทุกวิชาแกนหลัก

  1. ความรู้สำคัญในการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21ความรู้และแนวคิดสำคัญในการดำรงชีวิตมี

ลักษณะข้ามสาระวิชาซึ่งสามารถใช้เป็นแนวทางในการเชื่อมโยงความรู้ระหว่างสาขาวิชาเข้าด้วยกัน ประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับโลก (Global Awareness)ความรู้เกี่ยวกับการเงิน เศรษฐศาสตร์ ธุรกิจ และการเป็นผู้ประกอบการ (Financial, Economics, Business and Entrepreneurial Literacy)  ความรู้ด้านการเป็นพลเมืองที่ดี (Civic Literacy) ความรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Literacy)

  1. ทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม   เป็นทักษะที่เตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับการทำงานในระบบเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อน และใช้เทคโนโลยีเข้ามาทำงานแทนคน   ประกอบด้วยความสร้างสรรค์และนวัตกรรม การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการคิดแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน
  2. ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี   เป็นทักษะที่ช่วยส่งเสริมทักษะในการทำงานและการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต เป็นทักษะในการจัดการและใช้ประโยชน์จากข้อมูล  ประกอบด้วยทักษะด้านสารสนเทศ  ทักษะด้านสื่อ และทักษะด้านไอซีที
  3. ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ  เป็นทักษะที่เตรียมนักเรียนให้พร้อมในการรับมือกับความซับซ้อนของการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพในยุคข้อมูลข่าวสาร ประกอบด้วย ความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว   ความคิดริเริมและการชี้นำตนเอง/การบริหารเวลาและการจัดการ กับงานอย่างมuประสิทธิภาพ ทักษะทางสังคมและการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม การเพิ่มผลผลิตและความรับผิดชอบและความเป็นผู้นำและความรับผิดชอบ

   สำหรับทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 ที่ทุกคนจะต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต คือ การเรียนรู้ 3R x 7C

            3R คือ Reading (อ่านออก), (W)Riting (เขียนได้), และ (A)Rithemetics (คิดเลขเป็น)

            7C ได้แก่ Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา)   Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม)                          Cross-cultural Understanding (ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์) Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ)  Communications, Information, and Media Literacy (ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ)  Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) และ Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้)

แนวคิดทักษะแห่งอนาคตใหม่ ประกอบด้วย

  1. การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นการกำหนดแนวทางยุทธศาสตร์ในการจัดการเรียนรู้โดยร่วมกัน

สร้างรูปแบบและแนวปฏิบัติในการเสริมสร้างประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นที่องค์ความรู้ ทักษะ ความเชี่ยวชาญและสมรรถนะที่เกิดกับตัวผู้เรียน เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตในสังคมแห่งความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน โดยจะอ้างถึงรูปแบบ (Model) ที่พัฒนามาจากเครือข่ายองค์กรความร่วมมือเพื่อทักษะแห่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (Partnership For 21st Century Skills) ที่มีชื่อย่อว่า เครือข่าย P21  ซึ่งได้พัฒนากรอบแนวคิดเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยผสมผสานองค์ความรู้ ทักษะเฉพาะด้าน ความชำนาญการและความรู้เท่าทันด้านต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อความสำเร็จของผู้เรียนทั้งด้านการทำงานและการดำเนินชีวิต

     2. กรอบแนวคิดในการจัดการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 ที่แสดงผลลัพธ์ของนักเรียนและปัจจัยส่งเสริมสนับสนุนในการจัดการเรียนรู้เพื่อรองรับศตวรรษที่ 21 ซึ่งกรอบแนวคิดเชิงมโนทัศน์สำหรับทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เป็นที่ยอมรับในการสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (Model of 21st Century Outcomes and Support Systems) ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางเนื่องด้วยเป็นกรอบแนวคิดที่เน้นผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียน (Student Outcomes) ทั้งในด้านความรู้สาระวิชาหลัก (Core Subjects) และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่จะช่วยผู้เรียนได้เตรียมความพร้อมในหลากหลายด้าน รวมทั้งระบบสนับสนุนการเรียนรู้ ได้แก่มาตรฐานและการประเมิน หลักสูตรและการเรียนการสอน การพัฒนาครู สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนในศตวรรษที่ 21

          การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ต้องก้าวข้าม “สาระวิชา” ไปสู่การเรียนรู้ “ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21” (21st Century Skills) ซึ่งครูจะเป็นผู้สอนไม่ได้ แต่ต้องให้นักเรียนเป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง โดยครูจะออกแบบการเรียนรู้ ฝึกฝนให้ตนเองเป็นโค้ช (Coach) และอำนวยความสะดวก (Facilitator) ในการเรียนรู้แบบ PBL (Problem-Based Learning) ของนักเรียน ซึ่งสิ่งที่เป็นตัวช่วยของครูในการจัดการเรียนรู้คือ ชุมชนการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ (Professional Learning Communities : PLC) เกิดจากการรวมตัวกันของครูเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำหน้าที่ของครูแต่ละคนนั่นเอง

          นโยบายหลักเพื่อขับเคลื่อนในประเด็นหลักที่ 1 คือ กระบวนการเรียนรู้ใหม่ เช่น นโยบายพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาต่างประเทศอื่น และเทคโนโลยีสารสนเทศ นโยบายการปรับหลักสูตร การเรียนการสอนเน้นกิจกรรมมากขึ้น นโยบายส่งเสริมการสอนแบบใหม่โดยใช้วิจัย โครงการ และกิจกรรม

          ประเด็นหลักที่ 2 การพัฒนาครูยุคใหม่ โดยพัฒนาครูด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี ภาษาไทย อังกฤษ และภาษาต่างประเทศอื่น และเทคโนโลยีสารสนเทศ พัฒนาครูประจำการให้เป็นครูยุคใหม่ จะเห็นได้ว่าประเด็นหลักการพัฒนาครู จึงเป็นประเด็นหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนส่งผลให้การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ปัจจัยความสำเร็จที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้

การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ต้องปลูกฝังจิต (mind) หรือพัฒนาสมองใน 5 ด้าน

1. ด้านวิชาและวินัย (Disciplined mind)  เป็นการเรียนรู้ฝึกฝนต่อเนื่อง เป้าหมายพัฒนาให้มีวินัยในตนเองในการเรียนรู้  มีความรู้และทักษะในวิชาในระดับที่เรียกว่าเชี่ยวชาญ และสามารถพัฒนาตนเองในการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา

2. ด้านสังเคราะห์ (Synthesizing mind)  เป็นความสามารถในการรวบรวมสารสนเทศและความรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นำมากลั่นกรองคัดเลือกเอามาเฉพาะส่วนที่สำคัญ และจัดระบบนำเสนอใหม่อย่างมีความหมาย  ลักษณะเป็นการเรียนรู้ในเชิงกว้าง ลึก เลือกประเด็น เลือกข้อมูล หลอมข้อมูลและสรุปเป้าหมายพัฒนา  สามารถรวบรวมสารสนเทศและความรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาทบทวน ไตร่ตรอง การพัฒนาเน้นการปฏิบัติ 

3. ด้านสร้างสรรค์ (Creating mind) เป็นการเรียนรู้ที่พัฒนาในการคิดนอกกรอบที่มีพื้นฐานของสมองด้านวิชาและวินัยและด้านสังเคราะห์ที่ดีก่อน ซึ่งจะช่วยให้เป็นคน ช่างสงสัย  ถามคำถามที่แตกต่าง กล้าเสี่ยง  ไม่ท้อถอย

4. ด้านเคารพให้เกียรติ (Respectful mind) เนื่องจากในยุคที่มีการติดต่อ สื่อสารพบปะผู้คนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ ศาสนา และความเชื่อ จึงต้องให้เกียรติกับคนที่มีความแตกต่าง  ด้วยการฝึกการอยู่ร่วมกัน เรียนร่วมกัน สมาคม เชื่อมสัมพันธ์ และทำงานกับผู้อื่น

5.  ด้านจริยธรรม (Ethical mind)  เป็นการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาได้โดยการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นซึ่งกันและกัน อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีจริยธรรม (เป็นแบบอย่าง) เช่น ครู หัวหน้า เพื่อน ชุมชน หรือสังคมที่เป็นแบบอย่าง เป็นทักษะเชิงนามธรรมที่เรียนรู้ซึมซับได้โดยการชวนกันและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกัน

          การพัฒนาทักษะเพื่อการดำรงชีวิตของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 จะสำเร็จได้นั้นครูผู้สอนต้องอำนวยความสะดวกโดยบูรณาการทักษะต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาพลังสมองทั้ง 5 เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุผลตามเป้าหมายของหลักสูตร การดำเนินการดังกล่าวนี้ ผู้สอนสามารถเลือกรูปแบบการสอนแบบต่าง ๆ มาเป็นตัวแบบที่มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ เช่นรูปแบบการสอนแบบทีม รูปแบบสอนแบบกลุ่ม ฯลฯ

          ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มุ่งเน้นการจัดการศึกษาโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ซึ่งผู้เรียนจะมีความแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะความรู้เรื่องของการคิด

     1. ความคิดและความจำ   สำหรับความจริงเกี่ยวกับการคิด 3 ประการ ได้แก่ 1) การคิดทำได้ช้า  2)การคิดนั้นยากต้องใช้ความพยายามมาก และ 3) ผลของการคิดนั้นไม่แน่ว่าจะถูกต้อง   เคล็ดลับสำหรับครูในการออกแบบการเรียนรู้ หรือตั้งโจทย์ ให้พอดีระหว่างความยากหรือท้าทายกับความง่ายพอสมควรที่นักเรียนจะทำได้สำเร็จและเกิดความภูมิใจที่ทำได้สำเร็จ และข้อเรียนรู้ที่ครูจะต้องฝึกฝนตนเอง ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องคือ “ความจำใช้งาน” (working memory) กับ “ความจำระยะยาว” (longterm memory) ในชีวิตประจำวัน ความจำ 2 ชนิดนี้ช่วยให้การคิดง่ายขึ้น วิธีการฝึกคิดคือ การฝึกแก้โจทย์ ศิลปะของการเป็นครูเพื่อศิษย์คือ การทำให้นักเรียนเรียนสนุก และมีโจทย์ที่น่าสนใจ สิ่งที่ช่วยกระตุ้นความสนุกและน่าสนใจคือ ความสำเร็จหรือการที่สมองได้รับรางวัลจากความสำเร็จ ในการแก้โจทย์หรือตอบโจทย์ ดังนั้นโจทย์ต้องมีความยากง่ายพอดีกับความจำใช้งานและความจำระยะยาวของเด็ก ดังนั้น ครูเพื่อศิษย์ต้องเป็นนักให้คำชม หรือให้กำลังใจ  นักออกแบบโจทย์การเรียนรู้ ให้ศิษย์ฝึกคิดจากง่ายทำบ่อย ๆ จนเป็นนิสัยของการเป็นคนช่างคิด หรือคิดเป็น คิดอย่างมีวิจารณญาณ แล้วค่อย ๆ พัฒนาทักษะเพื่อการดารงชีวิตในศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) นี่คือ กระบวนการเรียนรู้ที่ครูเพื่อศิษย์จะต้องเรียนรู้ไปตลอดชีวิต ในความเป็นจริงแล้ว คนเราจะคิดได้ลึกซึ้งหรือมีวิจารณญาณ ต้องมีความรู้มาก ที่เรียกว่า มีต้นทุนความรู้ (background knowledge)  อาจกล่าวได้ว่าครูที่เก่งคือ ครูที่ช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง และครูที่เก่งมีคุณลักษณะสำคัญ 2 ด้าน คือ  1) รักเอาใจใส่เด็ก เด็กสัมผัสจิตใจเช่นนั้นได้และสบายใจที่จะเข้าหาซึ่งเป็นมิติด้านมนุษย์สัมผัสมนุษย์ และ 2) สามารถออกแบบการเรียนรู้ ให้น่าสนใจและเข้าใจง่าย สำหรับนักเรียนทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ลึกและเกิดความจำระยะยาว  การมีความรู้คือ มีความจำระยะยาวเอาไว้ใช้งาน

           ดังนั้น การออกแบบการเรียนรู้คือ การออกแบบกระบวนการที่ทำให้เด็กคิดตรงตามวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ของบทเรียนนั้น ได้อย่างแท้จริงด้วยการซึมซับเข้าไปเป็นความจำระยะยาวของเด็ก การคิดอย่างมีวิจารณญาณ จะเกิดขึ้นได้ต้องมีความรู้เดิมหรือต้นทุนความรู้ จากความจำระยะยาวเป็นฐาน ครูจึงต้องจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนสั่งสมความรู้ไว้มาก ๆ โดยจัดการเรียนรู้ให้มีความหมาย ให้คิดถึงความหมายที่ถูกต้องตามบริบทนั้น ๆ เพื่อให้เกิดความจำระยะยาว

     2. ความเข้าใจ ความเข้าใจเป็นเรื่องที่เป็นนามธรรมจะยากต่อความเข้าใจเพราะสมองสร้างมาสำหรับเข้าใจสิ่งที่เป็นรูปธรรมความเข้าใจนั้นเกิดจากการเอาความรู้เดิมมาใช้แก้ปัญหา หรือประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใหม่ (knowledge transfer) แล้วเกิดความรู้ใหม่หรือขยายความรู้เดิม ระดับความเข้าใจซึ่งจะเป็นระดับตื้นหากโครงสร้างความคิดเป็นแบบผิวเผิน (surface structure) แต่ระดับความเข้าใจจะเป็นระดับลึก หากโครงสร้างความคิดเป็นแบบลึก (deep structure) คือ คิดในระดับความหมาย (meaning) เป็นหน้าที่ของครูที่จะฝึกเตรียมความพร้อมให้เข้าใจระดับลึก โดยทำแบบฝึกหัดจับกลุ่มแยกประเภทสิ่งของคู่เหมือน คู่ตรงกันข้าม เปรียบเทียบ แบบฝึกหัดที่สนุกคือ เล่นเกม อย่างที่ ครูต้องเน้นความเข้าใจระดับลึกในการออกแบบการเรียนรู้ การสื่อสาร การออกข้อสอบเพื่อทดสอบการเรียนรู้ และการให้การบ้าน

     3. การออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะต่อความแตกต่างระหว่างบุคคล  ผู้เรียนมีความแตกต่างกันหลากหลายด้านมาก เราต้องปรับการสอนให้เหมาะต่อความแตกต่างนั้น ครูไทยต้องเอาความเป็นจริงเกี่ยวกับความแตกต่างของศิษย์ในทุกด้าน มาเป็นข้อมูลประกอบในการออกแบบการเรียนรู้ นักเรียนมีความแตกต่าง 3 แนว ได้แก่ 1. ความสามารถทั่วไปในการเรียนรู้ อาจเรียกว่าเด็กฉลาด เด็กหัวไว เด็กหัวช้า           2. รูปแบบการเรียน ตามทฤษฎีมีผู้เรียนแบบเน้นจักษุประสาท แบบเน้นโสตประสาท และแบบเน้นการเคลื่อนไหว (Visual, Auditory, and Kinesthetic Learners Theory) 3. ความฉลาด 8 ด้าน ตามทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences) ได้แก่ ด้านภาษา ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ ด้านมิติสัมพันธ์ ด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย ด้านดนตรี ด้านรู้ผู้อื่น ด้านรู้ตนเอง และด้านรอบรู้ธรรมชาติ  จากทฤษฎีดังกล่าว นำไปสู่การตีความเชิงประยุกต์ 3 ข้อ ได้แก่  1. รายการตามตารางเป็นความฉลาด (intelligence) ไม่ใช่ความสามารถ (ability) ไม่ใช่ความถนัด (talent) 2. โรงเรียนควรสอนความฉลาดให้ครบทั้ง 8 ด้าน  3. เมื่อสอนความรู้ใหม่ ควรใช้หลาย ๆ ความฉลาด หรือทุกความฉลาด เป็นท่อต่อการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนได้เลือกใช้สำหรับทำให้การเรียนรู้ของตนบรรลุผลอย่างสูงสุด

          การออกแบบการจัดการเรียนรู้ โดยคำนึงถึงความแตกต่างของเด็กเป็นเรื่องที่ครูต้องตระหนัก และแนะนำ สำหรับการนำความรู้เรื่องความฉลาด 8 แบบ ไปใช้ในห้องเรียนคือ 1) ให้นำไปใช้ในการออกแบบหรือเลือกเนื้อหาสำหรับการเรียนรู้ไม่ใช่นำไปใช้แยกแยะเด็ก 2) เปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้เป็นครั้งคราว เพื่อลดความจำเจน่าเบื่อหน่าย 3) เด็กทุกคนมีคุณค่า แม้บางคนจะเรียนช้า 4) ช่วยเด็กที่เรียนอ่อน ด้วยเอาใจใส่ ให้กำลังใจ ให้ผู้เรียนที่เรียนอ่อน พากเพียรฝึกฝนตนเอง ด้วยกระบวนทัศน์ใหม่ที่เชื่อว่าสติปัญญาสร้างได้ด้วยการฝึกฝนอย่างมานะอดทน และการมี “โค้ช” ที่ดี และพ่อแม่ ความฉลาดเป็นทั้งสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด และสิ่งที่สร้างขึ้นใหม่ใส่ตัว เคล็ดลับสำหรับครูคือ การให้คำชม ให้ชมความมานะพยายาม เพื่อทำให้สิ่งที่มีคุณค่าคือ ความมานะพยายาม คือความสำเร็จที่ได้มาจากความบากบั่นเอาชนะอุปสรรค

 

เอกสารอ้างอิง:

วรางคณา ทองนพคุณ. 2556. ทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills)

                 สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

วิจารณ์  พานิช. 2555. วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.

วิจารณ์ พานิช .  2557.  “การสร้างการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่21”.มูลนิธิสยามกัมมาจล [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก  

             http://www.scbfoundation.com/publishing

การจัดการความรู้  (ออนไลท์) เข้าถึงได้จาก  arit.mcru.ac.th/km56/admin/download/10KM_1.pdf

(0 ) ความคิดเห็น