ครูกับการพัฒนาตนเองสู่ครูมืออาชีพ

ครูกับการพัฒนาตนเองสู่ครูมืออาชีพ

การพัฒนาตนเป็นการที่คนพยายามหาวิธีการที่เหมาะสม เพื่อให้ตัวเองก้าวไปสู่ ความเป็นคนที่มีบุคลิกภาพที่ดีเหมาะสมกับความสามารถของตน และค่านิยมของสังคม เพื่อให้มีชีวิตอยู่ในสังคมนั้นอย่างมีความสุข  ดังนั้น การพัฒนาตนจึงนับว่าเป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่จะนำไปสู่การพัฒนาด้านอื่น ๆ ของคนเป็นครู

ซึ่งการพัฒนาตนของครู ครูควรพัฒนาตนเองใน 2 ด้าน คือ

  1. พัฒนาตนเองในด้านวิชาชีพ เพื่อการประกอบวิชาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้แก่

          1.1 การพัฒนาในด้านความรู้ คือ การพัฒนาตัวเองให้มีความรอบรู้ทั้งใน เรื่องที่จะสอนนักเรียนเรื่องเทคนิควิธีการใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้การ สอนมีประสิทธิภาพ หรือ มีความรู้รอบตัวในเรื่องอื่น ๆ

          1.2 การพัฒนาในด้านเทคนิควิธี คือ มีความรู้ในด้านการจัดการเรียนการ สอนแบบต่าง ๆ การจัดกิจกรรมการบริการนักเรียน                      

          1.3 การพัฒนาในด้านคุณลักษณะกับเจตคติ คือ การพัฒนาตัวเองให้มี บุคลิกภาพที่ดี เหมาะกับการเป็นครู มีคุณธรรมหรือลักษณะครูที่ดี มีเจตคติที่ดีกับนักเรียน

    2. พัฒนาตนเองในด้านการเป็นสมาชิกของสังคม เพื่อการดำรงชีวิตใน สังคมอย่างมีความสุข ได้แก่

          2.1   การรู้จักและเข้าใจตนเองยอมรับตนเองก่อนว่า เราเป็นคน อย่างไร มีบุคลิกและพฤติกรรมที่ดีหรือไม่ดีอย่างไร                                             

          2.2 สำรวจตนเองจะช่วยให้ทราบถึงข้อดี ข้อด้อยของตนเองได้อย่าง ละเอียดถี่ถ้วน 

          2.3 การปรับปรุงตนเอง เมื่อรู้ข้อดี ข้อด้อยของตนเองแล้ว ควร พยายามปรับปรุงตนเองให้

          สำคัญที่ครูควรพัฒนาเป็นเรื่องแรก คือ เรื่องการพัฒนาบุคลิกภาพ เพราะบุคลิกภาพมีความสำคัญมากทั้งในด้านส่วนตัว และอาชีพการ งานของแต่ละคน คนที่มีบุคลิกภาพดีย่อมประสบผลสำเร็จในการงานสูง ทำให้เพื่อน ร่วมงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องมีความไว้วางใจ ศรัทธา และให้การสนับสนุนตลอดเวลา

          งานทางการสอนเป็นงานที่ต้องอาศัยคนที่มีบุคลิกภาพที่ดี เพราะครูนั้นนอกจาก จะมีหน้าที่ให้การสั่งสอนทางวิชาความรู้แล้ว บุคลิกภาพของครูอาจารย์ ยังเป็นต้นแบบให้ นักเรียนประพฤติปฏิบัติตามด้วย ดังนั้น ถ้าครูคนใดเป็นผู้มีบุคลิกภาพดีในหลาย ๆ ด้าน แล้วก็จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การอบรมสั่งสอนดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วย จึง เป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนาบุคลิกภาพของครู

บุคลิกภาพที่ดีของครู มีลักษณะ 4 ด้าน คือ

1. ลักษณะการมีอำนาจอิทธิพล ได้แก่ ลักษณะพฤติกรรมที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง มี อำนาจอิทธิพลในด้านคำพูดหรือคำสั่ง มีความคล่องตัวกระฉับกระเฉง มีความมั่นใจในการ ตัดสินใจอย่างอิสระ เป็นผู้ที่เชื่อถือได้

2. ลักษณะความรับผิดชอบ ได้แก่ ลักษณะพฤติกรรมที่มีความเพียรพยายาม และ ตั้งใจปฏิบัติงานจนงานที่ได้รับมอบหมายนั้นประสพความสำเร็จ หรือ มุ่งมั่นในงานที่กระทำ เป็นคนไว้ใจได้และมีความรับผิดชอบอย่างแท้จริง

3. ลักษณะความมั่นคงทางอารมณ์ ได้แก่ ลักษณะพฤติกรรมที่มีอารมณ์ที่พอเหมาะ อารมณ์หนักแน่นมั่นคง สุขุมเยือกเย็น และการทำงานให้เป็นอิสระจากความวิตกกังวล

4. ลักษณะการเข้าสังคม ได้แก่ การเข้าร่วมสมาคมกับผู้อื่นได้อย่างดี สนทนากับผู้อื่น ได้อย่างน่าสนใจ

            สิ่งที่ทำให้คนมีบุคลิกภาพดีมี 9 ประการ คือ

1. รูปร่างหน้าตาสะอาดหมดจด

2. กริยาท่าทางดี

3. อุปนิสัยใจคอดี มีมารยาทอ่อนโยน

4. อารมณ์มั่นคง

5. สุขภาพดี มีร่างกายแข็งแรง

6. มีความสามารถในการทำงาน การสมาคม

7. มีลักษณะเป็นผู้นำ

8. น้ำเสียงคำพูดการใช้ภาษาดี

9. สามารถปรับตนให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้

บุคลิกภาพที่ดีของครู กล่าวโดยสรุป มีดังนี้ คือ

1. มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความริเริ่มสร้างสรรค์

2. มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่มุ่งมั่นในการทำงาน

3. มีสุขภาพแข็งแรง มีอารมณ์มั่นคงหนักแน่น มีความจำ ปฏิภาณไหวพริบดี

4. เข้าสังคมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี มีมนุษยสัมพันธ์ ปรับตัวได้ด

5. การพัฒนาบุคลิกภาพของครู คือ การวิเคราะห์ถึงลักษณะเฉพาะของผู้ที่เป็นครู หรือกำลังจะเป็นครูว่า แต่ละคนนั้นมีความเหมาะสมกับการเป็นครูมากน้อยเพียงใด ถ้ามี ส่วนใดบกพร่อง ควรหาทางแก้ไขปรับปรุงพฤติกรรมด้านนั้นให้เหมาะสมกับการเป็นครูให้ มากขึ้น     

              บุคลิกภาพที่ดีของครูจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความประทับใจ ความ น่าเชื่อถือให้แก่บุคคลทั่วไป เพื่อนครู ผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียนในโรงเรียนด้วย นักจิตวิทยาทางการศึกษาให้ความสำ คัญเรื่องบุคลิกภาพอย่างมากเพราะเชื่อว่า บุคลิกภาพ เป็นสิ่งที่แสดงออกถึงตัวตนของแต่ละบุคคลด้วย

ที่สำคัญในการที่จะก้าวสู่ความเป็นครูมืออาชีพนั้นจะต้อง ฝึกฝนและ พัฒนาตนเอง ดังต่อไปนี้

            1. ปฏิบัติตนให้มีความเหมาะสม  เป็นที่ยอมรับของทุกคนที่พบเห็นไม่ว่าจะอยู่ในโรงเรียนหรือในชุมชนที่ตนอยู่

            2. ต้องศึกษาแนวทางการจัดการศึกษาของชาติ  นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ  นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  ตลอดจนทราบนโยบายของโรงเรียนของตนเอง  เพื่อเป็นแนวทาง  ทิศทางในการปฏิบัติงาน  การจัดกิจกรรมการเรียนรู้  การพัฒนาโรงเรียน และพัฒนาผู้เรียนสู่เป้าหมายที่ถูกต้อง

             3.  ต้องศึกษาพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ หลักสูตรการศึกษาในระดับต่างๆให้ชัดเจน สามารถนำมาออกแบบการเรียนรู้  จัดกระบวนการเรียนรู้และกำหนดการวัดประเมินผลการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์/ทักษะต่างๆ

              4. ครูที่ดีจะต้องรู้จักผู้เรียน ดังนั้น ครูต้องมีการวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล  เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสม  สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน

             5. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นทักษะกระบวนการ  มีกิจกรรมให้เด็กนักเรียนได้ฝึกคิด  ฝึกปฏิบัติ  มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ให้มากที่สุด  นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย  และสรุปองค์ความรู้ด้วยตนเองหรือกลุ่ม  โดยครูเป็นเพียงผู้ที่คอยให้คำแนะนำ  ดูแล  จัดหาสื่อการเรียนรู้  จัดแหล่งเรียนรู้

              6.  กิจกรรมการเรียนรู้ควรมีการบูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนรู้ของตนเอง  หรือบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ  เกี่ยวกับเนื้อหาที่มีความสัมพันธ์กัน  คุณลักษณะที่พึงประสงค์  การวัดผลประเมินผล  ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างสมบูรณ์

            7.  จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการวัดผลประเมินผลที่หลากหลายตามสภาพจริงของ ผู้เรียน โดยครูไม่ควรเน้นแต่การให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบแต่เพียงอย่างเดียว ควรมีการวัดผลประเมินผลโดยการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ การตอบคำถาม การแสดงความคิดเห็น  การอภิปรายหน้าชั้นเรียนของผู้เรียน การทำงานร่วมกับผู้อื่น การทำชิ้นงาน การจัดนิทรรศการการเรียนรู้ หรือแฟ้มสะสมงานของผู้เรียน

              8.   ครูควรมีการจัดกิจกรรม  หรือดำเนินโครงการที่มุ่งเน้นพัฒนา   ผู้เรียนให้เกิดความรู้ ทักษะ หรือคุณลักษณะที่พึงประสงค์อย่างต่อเนื่อง  เช่น  กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน / สืบค้นความรู้จากแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนหรือชุมชน ตลอดจนกิจกรรมปลูกฝังให้ผู้เรียนรักและร่วมกันพัฒนาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน

              9. ครูที่ดีควรมีการอบรม แนะนำพัฒนาผู้เรียน กำกับ ติดตาม  แก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องและใช้การวิจัยช่วยในการแก้ปัญหาผู้เรียนในด้านต่างๆ

             10. ครูต้องหมั่นศึกษา  พัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา  มีกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครูทั้งในโรงเรียนของตนเอง และโรงเรียนอื่นๆ  ตลอดทั้งชุมชนอย่างต่อเนื่อง

             11. ครูต้องมีทักษะและความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อจัดการเรียนรู้

             12. ครูต้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอื่น  มีสุนทรียภาพ   ทำงานร่วมกับผู้อื่น  และมีเครือข่ายการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์      

          แนวทางในการฝึกฝนและพัฒนาตนเองเหล่านี้ ถ้าครูสามารถทำและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ย่อมส่งผลต่อเด็กและเยาวชนของไทยให้มีคุณลักษณะตามที่ทุกคนคาดหวัง  และครูทุกท่านย่อมประสบความสำเร็จในความเป็นครู และก้าวสู่ความเป็นครูมืออาชีพ และมีความก้าวหน้าในวิชาชีพครูอย่างแน่นอน

 

เอกสารอ้างอิง:

 

ไกรนุช ศิริพูล.  2531. ความเป็นครู. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนสามัญนิตบุคคลนิยมวิทยา (แผนกการพิมพ์).

เดชา  การรัมย์. 2557. แนวทางการฝึกฝนและพัฒนาตนเองเพื่อก้าวสู่ความเป็นครูมืออาชีพ.  (ออนไลท์)

 เข้าถึงได้จาก: http://www.krusmart.com/professional-teacher-way/

มหาวิทยาลัยรามคำแหง. 2558. การพัฒนาตนของครู  (ออนไลท์) เข้าถึงได้จาก: e-book.ram.edu/e-

                 book/c/CU503/CU503-8.pdf

 

(0 ) ความคิดเห็น