แนวทางการประเมินผลทักษะในศตวรรษที่ 21

แนวทางการประเมินผลทักษะในศตวรรษที่ 21

               การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นสิ่งที่ดำเนินการควบคู่ไปกับการเรียนสอน   เพื่อจะทราบความก้าวหน้าการพัฒนาของนักเรียน เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน ก็จะมีผลกระทบต่อการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้วย ผลกระทบอาจมีสาเหตุหลายประการ ดังนั้นสำหรับปัญหาการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ สามารถสรุปได้ ดังนี้

            1. ปัญหาที่เกิดจากการปฏิรูปการศึกษา ได้มีการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก มีการเรียนการสอนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การวัดและประเมินผลเน้นการวัดตามสภาพจริง

            2. ปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงพระราชบัญญัติการศึกษา       มีการเปลี่ยนแปลงพระราชบัญญัติการศึกษาพุทธศักราช 2542  เป็นการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา จุดมุ่งหมายการศึกษาหลักการศึกษา การจัดการศึกษา มาตรฐานการศึกษา การประเมินคุณภาพการศึกษา และอื่น ๆ โดยจุดมุ่งหมายของการศึกษา เน้นให้ผู้เรียนได้พัฒนาให้เป็นคนที่สมบูรณ์ทั้งกาย ใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม จัดการศึกษาโดยยึดหลักการจัดการศึกษาตลอดชีวิต ให้สังคมมีส่วนร่วม และให้มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้ผู้เรียน
ได้พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มความศักยภาพ

          3. ปัญหาการที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากหลักสูตรพ.ศ. 2521 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533) เป็นหลักสูตรการศึกษาขึ้นพื้นฐานการศึกษา พ.ศ. 2544 ที่มุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดีมีปัญญา มีความสุข มีความเป็นไทย มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ โดยมุ่งเน้นความเป็นไทยควบคู่กับความเป็นสากล มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของหลักสูตรเป็น 4 ระดับช่วงชั้น กำหนดสาระการเรียนรู้เป็น 8 กลุ่ม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรู้ และเปลี่ยนแปลงเวลาเรียน ส่วนการวัดและประเมินผลในชั้นเรียน ต้องการทราบความก้าวหน้าทั้งด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการ คุณธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์

          4. ปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงระเบียบการวัดและประเมินผลการเรียน   หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 ไม่ได้กำหนดระเบียบการวัดและการประเมิน ซึ่งกำหนดเพียงแนวทางการวัดและการประเมินผลเท่านั้น โดยให้สถานศึกษาสร้างระเบียบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของสถานศึกษาเอง และสถานศึกษาต้องดำเนินการวัดผลและประเมินผลระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษาระดับชาติและระดับช่วงชั้น ประเมินสาระการเรียนรู้ การอ่านคิดวิเคราะห์ และเขียนสื่อความ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยจัดให้มีคณะกรรมการในการประเมินเรื่องดังกล่าว การตัดสินผลการเรียนด้านสาระการเรียนรู้มีเกณฑ์การประเมิน เช่นได้ - ตก ผ่าน - ไม่ผ่าน - ดีเยี่ยม ร้อยละ และเป็นเกรด 0 - 4  ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ประเมินเป็น 3 ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดี และควรปรับปรุง มีการเทียบระดับการศึกษาและเทียบโอนผลการเรียน ให้รายงานผลการเรียนเป็นตัวเลข ตัวอักษร คำหรือข้อความ กราฟ เส้นแสดงพัฒนาการ ให้กับผู้เรียนและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ

            5. ปัญหาที่เกิดจากการผู้บริหาร  เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรทำให้สถานการศึกษาจัดทำระเบียบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของตนเอง ผู้บริหารบางคนไม่เข้าใจ และไม่ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลแนวใหม่

            6. ปัญหาที่เกิดจากผู้ได้รับมอบหมายการประเมินผล  ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการวัดประเมินผลในสถานศึกษา ได้แก่ ผู้ช่วยผู้บริหารฝ่ายวิชาการ และฝ่ายวัดผล ยังขาดความรู้และเทคนิควิธีการวัดประเมินผลแนวใหม่

            7. ปัญหาที่เกิดจากครูผู้สอน    เช่น ขาดความรู้ และเทคนิควิธีการวัด และประเมินผลไม่เห็นความสำคัญของการวัดและประเมินผล ไม่วางแผนการวัดและประเมินผลไว้ล่วงหน้า ใช้เครื่องวัดผลไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสมกับเด็ก ขาดความรู้การสร้างและการหาคุณภาพเครื่องมือ ใช้ผลการประเมินไม่คุ้มค่า ไม่เข้าใจการวัดและประเมินผลแนวใหม่ มีภาระงานมาก ขาดจรรยาบรรณนักวัดผล  นักเรียนทุกคนวัดผลและประเมินผลด้วยวิธีการเดียวกันหมดทำให้ไม่เหมาะสมกับนักเรียนทุกคน  เป็นต้น

          แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับการศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21 ได้เน้นการพัฒนาให้ผู้เรียนมีทักษะการคิด  ความสามารถในการค้นคว้าหาความรู้ การเข้าถึงข้อมูล สรุป วิเคราะห์ และสังเคราะห์จากทุกแห่งทั้งในสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาได้  เป้าหมายของการเรียนรู้คงจะไม่ได้อยู่ที่ความรู้หรือเนื้อหาวิชาอีกต่อไป  เพราะความรู้มีมากและเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาเกินกว่าที่หลักสูตรใดๆ จะสามารถรวบรวมและบรรจุองค์ความรู้ไว้ในการเรียนการสอนได้  สิ่งสำคัญคือกระบวนการเรียนรู้  ห้องเรียนในศตวรรษที่ 21  จึงต้องให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติเอง สร้างความรู้ที่เกิดจากความเข้าใจของตนเอง และมีส่วนร่วมในการเรียนมากขึ้น   ดังนั้น ความสำคัญของการวัดและประเมินผล   จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบเพื่อหาคำตอบว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และเกิดผลการเรียนรู้ตามจุดเน้น ในระดับที่น่าพึงพอใจมากน้อยเพียงใด  โดยจุดมุ่งหมายของการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ คือ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียนรู้

            1.การประเมินเพื่อการเรียนรู้     เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนในชั้นเรียน เชื่อมการประเมินและการเรียนการสอนเข้าด้วยกัน  มีแนวคิดสำคัญของการประเมินเพื่อการเรียนรู้ คือ

1.ประเมินในห้องเรียนในขณะที่จัดการเรียนการสอน

2.ครู และนักเรียนมีปฏิสัมพันธ์กันสูง ผ่านคำถามให้คิด ฟังอย่างตั้งใจ และให้คำตอบเพื่อ

สะท้อนความคิดออกมา

3.นักเรียน ครู และผู้ปกครองรู้ถึงสิ่งที่ต้องเรียนรู้และผลสำเร็จที่เกิดขึ้น

4.ครูให้ผลย้อนกลับ (Feedback) เกี่ยวกับคุณภาพของงานที่ทำรวมถึงการที่จะปรับปรุงให้

ดีขึ้น

5.นักเรียนและ ครู มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในการผ่านขึ้นไปเรียนในระดับต่อไป

            2. การประเมินตนเองของผู้เรียนเพื่อการเรียนรู้   เป็นการใช้การประเมินเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้  เชื่อมการเรียนการสอนกับหลักสูตร แนวคิดสำคัญของการประเมินเพื่อการเรียนรู้ คือ

1.   นักเรียน ใช้ผลการประเมินมาพัฒนาการเรียนรู้ของตน  

2. นักเรียนใช้เครื่องมือประเมินเป็นหลักฐานหรือแนวทางในการเรียนรู้ของตนเองนักเรียนและครูช่วยกันจัดทำเป้าหมายการเรียนรู้

3. การประเมินเพื่อผลการเรียนรู้  เป็นการประเมินเพื่อใช้ในการตัดสินผลว่าเกิดการเรียนรู้บรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ในหลักสูตรเพียงใด  แนวคิดสำคัญของการประเมินการเรียนรู้ คือ

4. ครูใช้สารสนเทศจากการประเมินเพื่อติดตามความก้าวหน้า และวางแผนการปรับปรุงพัฒนา

  1. ครูใช้ผลการประเมินในการตัดสินผลการเรียนรู้  ปรึกษาหารือเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับมาตรฐานในโรงเรียนและระหว่างโรงเรียน
  2. ครูใช้ผลการประเมินจากกิจกรรมแต่ละวันเพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าของนักเรียน

ในการเลือกใช้เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้ครูผู้สอนจะต้องทำความชัดเจนในสิ่งที่ต้องแต่ละจุดว่าประกอบด้วยตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้/จุดประสงค์ใด ความสามารถอะไร ทักษะกระบวนการใด หรือคุณลักษณะอะไร ซึ่งในบางกรณีวิธีประเมิน อาจใช้เครื่องมือเพียงอย่างเดียว บางกรณีอาจใช้เครื่องมือหลายอย่าง ครูผู้สอนสามารถเลือกใช้ได้ความเหมาะสม ดังนี้

      3. การประเมินที่มุ่งตรวจสอบพัฒนาการของผู้เรียน ในการบรรลุตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้/จุดประสงค์ ตามหน่วยการเรียนรู้ที่ครูได้วางแผนไว้

          การประเมินด้วยการสื่อสารส่วนบุคคล เช่น สังเกตพฤติกรรมผู้เรียนรายบุคคล  ถามตอบระหว่างทากิจกรรมการเรียน พบปะสนทนาพูดคุยกับผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้อง  สอบปากเปล่า  อ่านบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ของผู้เรียน ตรวจแบบฝึกหัดและการบ้านพร้อมทั้งให้ข้อมูลย้อนกลับ

        1. การประเมินที่มุ่งตรวจสอบพัฒนาการของผู้เรียน ในการบรรลุตัวชี้วัด/ ผลการเรียนรู้/จุดประสงค์ ตามหน่วยการเรียนรู้ที่ครูได้วางแผนไว้การวัดและประเมินด้วยแบบทดสอบ เป็นการประเมินด้านความรู้ความคิด (Cognitive Domain) ควรเลือกใช้แบบทดสอบให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของการวัดและประเมินนั้นๆ เช่น แบบทดสอบเลือกตอบ แบบทดสอบถูก-ผิด  แบบทดสอบจับคู่ แบบทดสอบเติมคำ แบบทดสอบความเรียง เป็นต้น ทั้งนี้แบบทดสอบที่จะใช้ต้องเป็นแบบทดสอบที่มีคุณภาพมีความเที่ยงตรง และเชื่อมั่นได้

        2. การประเมินที่มุ่งตรวจสอบพัฒนาการของผู้เรียน ในการบรรลุตัวชี้วัด/ ผลการเรียนรู้/จุดประสงค์ ตามหน่วยการเรียนรู้ที่ครูได้วางแผนไว้

        3. การประเมินด้านคุณลักษณะ เป็นการประเมินคุณธรรมจริยธรรมคุณลักษณะและเจตคติที่ควรปลูกฝังในการจัดการเรียนรู้ซึ่งวัดและประเมินเป็นลำดับขั้นจากต่ำสุดไปสูงสุดดังนี้ 

  • ขั้นรับรู้ คือ รู้จัก เต็มใจ สนใจ   
  • ขั้นตอบสนอง คือ เชื่อฟัง ทำตาม อาสาทำ พอใจที่จะทำ
  • ขั้นเห็นคุณค่า(ค่านิยม)  คือ ความเชื่อ การกระทำหรือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ยกย่องชมเชยปฏิเสธที่จะกระทำในสิ่งที่ขัดแย้งกับความเชื่อของตน
  • ขั้นจัดระบบคุณค่าอภิปรายเปรียบเทียบจนเกิดอุดมการณ์ในความคิดของตนเอง
  • ขั้นสร้างคุณลักษณะจากค่านิยม คือ ประพฤติปฏิบัติเช่นนั้นอยู่เสมอในสถานการณ์เดียวกันหรือเกิดเป็นอุปนิสัย

          แต่อย่างไรก็ตาม จากการมีระบบประเมินผลที่ผิดพลาดโดยการประเมินโรงเรียนและครูแทบจะไม่มีความเชื่อมโยงกับผลการเรียนรู้ของนัก เรียน และยังสร้างภาระต่อครูมากมาย ซึ่งมีผลในการดึงครูออกจากนักเรียน ส่วนการสอบมาตรฐานนั้น แม้โดยหลักการจะเป็นการวัดการเรียนรู้ของนักเรียนโดยตรง แต่ก็มีปัญหาคุณภาพของข้อสอบ และไม่มีการเปิดเผยคะแนนสอบเฉลี่ยของโรงเรียนต่อสาธารณะอย่างเป็นระบบ ระบบการประเมินที่เป็นอยู่จึงไม่เชื่อมโยงกับการสร้างความรับผิดชอบในการจัดการศึกษา ซึ่งเป็นหัวใจในการยกระดับคุณภาพการศึกษาเลย ทำให้เป็นปัญหาของคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทย  ดังนั้น ข้อเสนอแนะในการยกระดับคุณภาพของระบบการศึกษาไทย คือ

1. ควรจัดให้มีการสอบมาตรฐานทุกระดับชั้นเรียน หรืออย่างน้อยทุกช่วงชั้นของโรงเรียนทุกสังกัด เพื่อเป็นฐานในการสร้างความรับผิดชอบทางการศึกษา นอกจากนี้ ควรใช้ผลการสอบมาตรฐานเป็นเกณฑ์ในการเลื่อนชั้นและการเข้ามหาวิทยาลัยแทนการใช้เกรดเฉลี่ย ซึ่งแต่ละโรงเรียนมีมาตรฐานที่แตกต่างกันมาก

2. ปฏิรูปการออกข้อสอบมาตรฐานจากปัจจุบันซึ่งมีปัญหาเรื่องคุณภาพของข้อสอบมาก โดยควรออกข้อสอบที่เน้นวัดความเข้าใจ (literacy-based test) ซึ่งส่งเสริมการคิดของนักเรียน มากกว่าเน้นวัดเนื้อหา (content-based test) ซึ่งส่งเสริมการท่องจำ

3. เปิดเผยผลคะแนนการสอบมาตรฐานเฉลี่ยเป็นรายโรงเรียนต่อสาธารณะ และให้โรงเรียนจัดทำใบรายงานผลของตน (report card) เปรียบเทียบกับโรงเรียนในเขตการศึกษาเดียวกัน และโรงเรียนทั่วประเทศให้แก่ผู้ปกครอง

4. ยกเลิกระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน หรืออย่างน้อยต้องมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ ให้มีความเชื่อมโยงกับผลการเรียนของนักเรียน

5. ใช้คะแนนสอบมาตรฐานของนักเรียนในการประเมินผลโรงเรียนและครู โดยควรใช้ “การเปลี่ยนแปลง” (change) ของคะแนน ซึ่งสะท้อนพัฒนาการของนักเรียน มากกว่าการใช้ “ระดับคะแนน” (level) เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่โรงเรียนที่มีทรัพยากรที่แตกต่างกัน

6. ให้รางวัลแก่ผู้บริหารโรงเรียนและครูตามความสามารถในการยกระดับผลการเรียนของนักเรียน โดยอาจปรับขั้นเงินเดือนหรือประกาศยกย่อง

7. สนับสนุนการสร้างขีดความสามารถทางวิชาการแก่โรงเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ เช่น สนับสนุนการประเมินตนเองเพื่อปรับปรุงการสอน

 

เอกสารอ้างอิง:

 

กรอบคิดเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. (ออนไลท์) เข้าถึงได้จาก:   www.whiteobec.org/.../

           ๑_1389326597.การวัดผล%20ร.ร.สุจริต.pdf      

บุญส่ง  ใหญ่โต.  2552.  ใครทำให้.......เกิดปัญหาการวัดและการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ (ออนไลท์)

เข้าถึงได้จาก:  http://www.sahavicha.com/?name=article&file=readarticle&id=190

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ และ ศุภณัฏฐ์ ศศิวุฒิวัฒน์. 2555.  ความล้มเหลวของระบบการประเมินผลการศึกษา

ไทย: สาเหตุและข้อเสนอแนะ. (ออนไลท์) เข้าถึงได้จาก

 http://thaipublica.org/2012/02/failure-thai-educational-system/

สุวิมล ว่องวาณิช. 2546. การประเมินผลการเรียนรู้แนวใหม่. กรุงเทพฯ.: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์

มหาวิทยาลัย.

 

 

(0 ) ความคิดเห็น