สมองมนุษย์พัฒนาได้ตลอดชีวิต

สมองมนุษย์พัฒนาได้ตลอดชีวิต

หลายคนอาจเคยได้ยินว่าสมองของคนเราพัฒนาได้มากที่สุดในช่วงวัยเด็ก หลังจากนั้นเซลล์สมองจะลดลงเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้น พ่อแม่หลายคนจึงทุ่มเทหากิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับลูกๆ เพื่อตักตวงช่วงเวลาที่สำคัญนี้ แต่ในอีกแง่หนึ่ง แม้คนเราจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว แต่สมองก็ไม่ได้หยุดพัฒนา แต่กลับจะเติบโตไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะเสียชีวิต แถมยังเป็นช่วงที่สมองมีการพัฒนาไปสู่การมีลักษณะเฉพาะมากที่สุดอีกด้วย

นพ.โทะชิโนะริ คะโตะ (Toshinori Kato) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง และผู้ก่อตั้ง บริษัท โรงเรียนฝึกสมอง จำกัด (KATOBRAIN Co., Ltd) ปัจจุบันเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์สมองด้วยภาพถ่าย MRI เป็นต้นแบบแนวคิดเรื่อง “รหัสสมอง” อีกคนหนึ่ง ได้เขียนหนังสือ “66 วิธีลับคมสมอง” อธิบายเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของสมองและแนวทางการลับคมสมองในวัยผู้ใหญ่ไว้ว่า

“จากการใช้การตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือเอ็มอาร์ไอ (magnetic resonance imaging: MRI) เพื่อดูภาพสมองตั้งแต่เป็นตัวอ่อนในครรภ์จนถึงอายุ 100 ปี มากกว่า 10,000 คน พบว่าช่วงอายุ 20-49 ปี สมองจะมีการพัฒนาไปสู่การมีลักษณะเฉพาะมากที่สุด ดังนั้นในช่วงนี้หากสมองได้รับการลับคมอย่างถูกต้อง สมองจะมีความแข็งแกร่ง และยืดหยุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะช่วงอายุ 20 ปีต้นๆ คนส่วนใหญ่อยู่ในวัยเรียน จึงต้องให้ความสำคัญกับการเรียนตามหลักสูตรจนละเลยศักยภาพด้านอื่นๆ จึงมีการใช้สมองเฉพาะส่วนพื้นฐานเท่านั้น แต่เมื่อเรียนจบและทำงาน ก็จะเปิดโอกาสให้ ‘สมองส่วนที่ไม่เคยใช้’ ได้ทำงานมากขึ้น ทำให้สมองจะได้รับการกระตุ้นและเริ่มเจริญเติบโตเมื่อเข้าสู่วัยทำงานนั่นเอง ฉะนั้นการลับคมสมองต้องเริ่มจากการสั่งสมประสบการณ์ให้มากที่สุด...ยิ่งมีประสบการณ์มากเท่าไร สมองก็ยิ่งมีลักษณะเฉพาะตัวมากขึ้นเท่านั้น”

นพ.โทะชิโนะริ คะโตะ ยังได้คิดค้นแนวความคิด ที่เรียกว่า “รหัสสมอง” ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการลับสมองที่ถูกต้องที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพสมองให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยรหัสสมองเป็นลักษณะของกลุ่มเซลล์ประสาท ที่ทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป ตามความสามารถแต่ละด้าน แบ่งได้เป็น 8 กลุ่ม ครอบคลุมสมองทั้งซีกซ้ายและขวา คือ รหัสสมองด้านความคิด รหัสสมองด้านอารมณ์ รหัสสมองด้านการสื่อสาร รหัสสมองด้านความเข้าใจ รหัสสมองด้านการเคลื่อนไหว รหัสสมองด้านการได้ยิน รหัสสมองด้านการมองเห็น และรหัสสมองด้านการจดจำ

มาดูตัวอย่างวิธีฝึกฝนเพื่อลับคมสมองทั้ง 8 ด้านกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

1.  ฝึกฝนรหัสสมองด้านความคิด ด้วยการ “แข่งเกมให้แพ้พ่าย” เพราะปกติคนเรามักอยากเป็นผู้ชนะ จึงคิดและวางแผนเพื่อให้ตัวเองชนะ จึงไม่เคยคิดถึงแผนการที่จะทำให้แพ้ ดังนั้นการพยายามเล่นเกมให้แพ้ จึงเป็นการเพิ่มความสามารถในการรับรู้และเข้าใจ สถานการณ์ของตนเองจากมุมมองที่ต่างออกไป การเปลี่ยนมุมมองนี้เป็นการใช้สมองด้านความคิดให้มีขอบเขตกว้างใหญ่ขึ้น

2.  ฝึกฝนรหัสสมองด้านอารมณ์ ด้วยการ “งดสิ่งที่ชอบให้ได้ 10 วัน” สิ่งสำคัญของการฝึกฝนนี้ไม่ใช่แค่การเอาชนะ “สิ่งยั่วยวน” แต่เป็นการมอบภาระหน้าที่เล็กๆ น้อยๆ ให้แก่รหัสสมองด้านอารมณ์ เป็นการสร้างเงื่อนไขเพื่อควบคุมการได้มาซึ่ง “อารมณ์แห่งความสุข” ที่เคยได้มาง่ายๆ นั่นเอง

3.  ฝึกฝนรหัสสมองด้านการสื่อสาร ด้วยการ “ฟังแล้วหา ‘คำติดปาก’ คนพูดให้ได้” เมื่อกำหนดให้หาคำติดปากของอีกฝ่ายแล้ว สมองจะพยายามหาคำซึ่งเป็นกุญแจสำคัญนั้น และเมื่อพบ รหัสสมองด้านการสื่อสารก็จะตอบสนองทันที ช่วยเพิ่มศักยภาพสมองด้านการสื่อสารได้

4.  ฝึกฝนรหัสสมองด้านความเข้าใจ ด้วยการ “อ่าน ‘หนังสือที่ปกติจะไม่อ่าน’ แบบผ่านๆ แล้วตีความ” ในร้านหนังสือลองเดินเข้าไปในมุมที่ไม่ปกติไม่เคยเฉียดเข้าไป มองดูหนังสือที่จัดเรียงอยู่ ลองหยิบมาอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เขียน ประวัติที่อยู่บนปก เราก็จะรู้ว่าผู้เขียนมีภูมิหลังอย่างไร เคยเขียนหนังสืออะไรมาบ้าง จะเห็นว่าถึงเราไม่มีความรู้พื้นฐาน แต่แค่อ่านชื่อหนังสือหรือข้อมูลของผู้เขียนอย่างผ่านๆ ก็พอจะทำให้เราเข้าใจในหนังสือหมวดหมู่นั้นได้

5.  ฝึกฝนรหัสสมองด้านการเคลื่อนไหว ด้วยการ “ทำอาหารไปร้องเพลงไป” ในระหว่างประกอบอาหาร รหัสสมองด้านการเคลื่อนไหวก็จะวางแผนว่าต่อไปจะต้องทำอะไร หยิบอะไร หั่นอะไร หากเพิ่มการร้องเพลงไปด้วย รหัสสมองด้านนี้จะส่งคำสั่งไปยังมือที่ทำอาหาร และปากที่ร้องเพลงให้ตื่นตัว เป็นการเพิ่มภารกิจให้รหัสสมองด้านการเคลื่อนไหว

6.  ฝึกฝนรหัสสมองด้านการได้ยิน ด้วยการ “หลับไปฟังวิทยุไป” ตอนกลางคืนพอปิดไฟและห้องมืดสนิทแล้ว ลองเปิดวิทยุและนอนหลับ แค่ฟังวิทยุจนกว่าจะหลับก็ได้ เพราะขณะนอนหลับรหัสสมองด้านอื่นๆ จะทำงานลดน้อยลง ดังนั้นประสาทสัมผัสทั้งหมดจะไปรวมกันอยู่ที่การได้ยินนั่นเอง

7.  ฝึกฝนรหัสสมองด้านการมองเห็น ด้วยการ “มองหาป้ายที่มีเลข 5 ตามข้างทาง” เวลานั่งรถให้ลองสังเกตป้ายข้างทาง ลองกำหนดหัวข้อขึ้นมาสักอย่างเพื่อไม่ให้เบื่อ เช่น มองห้าป้ายที่มีเลข 5 จะทำให้สมองของเราค้นหาเลข 5 ให้ได้จากข้างทาง ซึ่งการมองหาตัวเลขที่กำหนดนี้จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพของรหัสสมองด้านการมองเห็นให้แข็งแกร่ง

8.  ฝึกฝนรหัสสมองด้านการจดจำ ด้วยการ “ท่องเที่ยวแบบไม่พึ่งพาไกด์บุ๊ก” เนื่องจากการฝึกฝนนี้เป็นการจดจำข้อมูลสถานที่ก่อนการเดินทางจึงเป็นการใช้ความคิดแบบผู้กระทำ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการท่องเที่ยวที่อาศัยข้อมูลจากหนังสือท่องเที่ยวอย่างเดียว และเป็นความคิดแบบผู้ถูกกระทำแล้ว จึงทำให้ผลในการกระตุ้นรหัสสมองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

 

ฉะนั้น “แค่ปรับพฤติกรรมประจำวันให้ต่างออกไปสมองก็ตื่นตัว” ทั้งวัยเรียน วันทำงาน ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ “ฝึกได้ทันที ไม่ต้องรอวันสมองเสื่อม” อย่าลืมว่าสมองคนเราพัฒนาได้จนกว่าเราจะตาย!

 

ที่มา : ข้อมูลจากหนังสือ 66 วิธีลับคมสมอง โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์

(0 ) ความคิดเห็น